ลูกยาง – วีรพล วงศ์เทวัญ ศิษย์เก่าสายงานออกแบบมากประสบการณ์จากมหาวิทยาลัยรังสิต การันตีรางวัล Designer of the Year 2025 สาขา Product Design โดยผลงานที่ให้เห็นว่า Product Design ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ของใช้ทั่วไป แต่สามารถสำรวจ (Explore) ไปเป็นอะไรได้อีกมากในชีวิตประจำวัน
เส้นทางของพี่ลูกยางเริ่มต้นจากการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยรังสิต โดยจบปริญญาตรี สาขาวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม คณะศิลปะและการออกแบบ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นสาขาวิชาการออกแบบ วิทยาลัยการออกแบบ) และต่อปริญญาโท สาขาการจัดการการเป็นผู้ประกอบการ วิทยาลัยบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต

จากสายศิลป์ภาษา สู่โลกแห่งการออกแบบผลิตภัณฑ์
พี่ลูกยาง – วีรพล วงศ์เทวัญ จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนสายปัญญารังสิต ในสายศิลป์ภาษา (ญี่ปุ่น-อังกฤษ) ซึ่งดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกับงานออกแบบโดยตรง แต่พี่ลูกยางมีความชอบ และมีทักษะความถนัดเกี่ยวกับงานคราฟ งานศิลปะ งานประดิษฐ์ การทำงานสร้างสรรค์อยู่แล้ว การเลือกเรียนออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในช่วงการตัดสินใจเรียนต่อมหาวิทยาลัยนั้น เป็นเพราะสาขาดังกล่าวเป็นสาขาเดียวที่ยังว่างอยู่ทำให้ลองตัดสินใจสมัครเรียนก่อน โดยมีเป้าหมายในใจว่าหากเรียนแล้วรู้สึกไม่ชอบหรือไม่ตรงกับความเป็นตัวตนของเราก็จะโอนหน่วยกิต หรือย้ายสาขาไปเรียนอื่นๆ ที่ชอบ เมื่อได้เข้าไปเรียนในหลักสูตรที่เลือก ความที่เป็นการเรียนด้านการออกแบบก็มีความคิดว่าน่าจะวาดรูปเยอะ แต่ที่นี่เรียนวิชาพื้นฐานหลากหลายมาก ทั้งพื้นฐานด้านงานช่างและด้านอื่นๆ ทำให้พบว่าการเรียนด้านออกแบบผลิตภัณฑ์นั้น ตรงกับสิ่งที่คิดไว้ และเริ่มรู้สึกชอบความหลากหลายของสาขาที่เรียน "กลไกของการออกแบบผลิตภัณฑ์นั้น ต้องเข้าใจมนุษย์ที่เป็นผู้ใช้" พี่ลูกยางจึงได้เปิดโลกการการเรียนที่กว้างขึ้น ความหลากหลายของสิ่งที่ได้ทดลองเรียน ทดลองทำ มีตั้งแต่การออกแบบของเล่น, เซรามิค, หรืองานออกแบบ Packaging เป็นต้น ซึ่งทำให้มีจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์ที่เปิดกว้างขึ้นไปด้วย โดยส่วนตัวพี่ลูกยางมีความถนัดการออกแบบประเภทของใช้ในกลุ่ม เช่น Stationary, ขอตกแต่งบ้าน, Packaging, Branding ,ของที่ระลึก รวมไปถึงการจัดกิจกรรม Workshop และนิทรรศการ มากกว่าของชิ้นใหญ่ประเภทเฟอร์นิเจอร์ ตรงนี้เองเป็นเรียกว่าเป็นการเลือกเรียนที่มาถูกทางแบบโชคดีขั้นแรก
จุดเปลี่ยนสู่การบริหารธุรกิจ และการสร้างแบรนด์ตนเอง
หลังเรียนจบปริญญาตรี พี่ลูกยางเริ่มต้นทำงานที่บริษัทออกแบบที่เป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์แนว Emotional ประมาณปี 2011 ได้เรียนรู้ รู้จัก รูปแบบของการทำงานในบริษัท หลังจากทำงานไปได้สักระยะหนึ่งเกิดจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ “ตอนที่เรียนปริญญาตรี เรียนออกแบบ แต่เมื่อออกมาทำงานจริงพบว่า การออกแบบเชิงพาณิชย์นั้น ต้องเข้าใจระบบการทำธุรกิจและการบริหารด้วย เพื่อให้ออกแบบสินค้าที่สามารถขายได้จริงและเกิดการใช้ได้จริง"
ในช่วงที่เรียน ป.โท ได้มีโอกาสข้ามสายไปทำงานด้านประสบการณ์ดิจิทัล (Digital Experience) เกี่ยวกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ โดยนำความรู้พื้นฐานด้าน UX/UI จากการออกแบบผลิตภัณฑ์มาใช้ในแบบดิจิทัล ช่วงนี้เองที่ความคิดในการสร้างแบรนด์ของตนเองเริ่มต้นขึ้น โดยเริ่มจากงานอดิเรกที่ทำด้วย Passion และใช้ชื่อ "LUKYANG (ลูกยาง)" ในการส่งผลงานประกวดในเวทีออกแบบต่างๆ จนเป็นที่รู้จักและกลายเป็นชื่อธุรกิจของตัวเองในที่สุด ซึ่งปัจจุบันเป็น LUKYANG เป็น Design Studio ที่ให้บริการออกแบบสินค้า Packaging, Branding ,ของที่ระลึก ให้กับผู้ประกอบการต่างๆ ควบคู่ไปกับการทำแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเอง ตัวอย่างผลงานออกแบบ อาทิ ปฏิทินปลูกผัก, สีเทียนจาก Food Waste, แจกันกระดาษจากดอกไม้ , นิทรรศการ Wasteโภชนา, สำหรับผลงานที่ทำให้พี่ลูกยางเป็นที่รู้จักในวงการออกแบบนั่นคือ ผลงานการออกแบบปฏิทินปลูกผัก ซึ่งเมื่อ 10 ปีที่แล้วถือเป็นเรื่องใหม่มากเพราะเป็นปฏิทินที่มีเมล็ดพืชอยู่ข้างใน มีความแปลก สร้างสรรค์มาก ที่สำคัญผลงานนี้ทำให้ได้รับรางวัล Demark award ในประเทศไทยและ Good design award ประเทศญี่ปุ่นในเวที ผลงานล่าสุดของปี 2025 คือของพี่ลูกยาง คือ "สีเทียนจาก Food Waste" (ขยะอาหาร) โดยนำขยะอาหารมาทำเป็นสีเทียน และออกแบบรูปทรงให้เป็นทรงเรขาคณิตหรือคล้ายขนม เพื่อสร้างฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย เช่น ช่วย พัฒนาการกล้ามเนื้อจากการจับ โดยงานออกแบบของพี่ลูกยางนี้สามารถสร้างกิจกรรม (Interaction) และความยั่งยืน ด้วยความที่งานออกแบบของพี่ลูกยางทำให้ผู้ใช้เกิดกิจกรรมร่วมด้วยเหมือนกับปฏิทินที่ต้องนำไปปลูกผัก ทุกสิ่งที่ออกแบบจะคงคอนเซ็ปต์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวรวมถึงคงความยั่งยืนสอดแทรกอยู่ทุกชิ้นงาน
สิ่งที่นักออกแบบรุ่นใหม่ควรเรียนรู้เพิ่มเติม
การจะก้าวสู่การเป็น “นักออกแบบ” ที่แท้จริง ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเรียนรู้ในห้องเรียนเท่านั้น พี่ลูกยางเชื่อว่าการเรียนการสอนเป็นเพียง “สารตั้งต้น” หรือ “เมล็ดพันธุ์” ที่จะงอกงามได้ด้วยการลงมือทำและประสบการณ์จริงในชีวิต การเรียนรู้จากตำราเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่ยาวไกล นักออกแบบต้องกล้าที่จะทดลอง ทำผิด แล้วเรียนรู้จากความผิดพลาด เพราะนั่นคือหัวใจของการสร้างสรรค์ที่แท้จริง ยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีเติบโตอย่างก้าวกระโดด เครื่องมืออย่าง 3D Printing, โปรแกรมจำลองเสมือนจริง หรือแม้แต่ AI เข้ามาช่วยให้กระบวนการทำงานสั้นลงและสะดวกขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่เทคโนโลยีไม่อาจแทนที่ได้ คือ “ความคิด” ของมนุษย์ ความรู้สึกนึกคิดที่มาจากประสบการณ์ การสังเกต และความเข้าใจในชีวิตจริงของผู้คน เพราะสุดท้ายงานออกแบบไม่ใช่เพียงการสร้างของสวย แต่คือการสร้างคุณค่าและความหมายให้กับผู้ใช้ พี่ลูกยางย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่นักออกแบบรุ่นใหม่ควรมี ไม่ใช่แค่ทักษะการใช้โปรแกรม หรือความเก่งทางเทคนิค แต่คือ “วุฒิภาวะทางสังคม” และ “มารยาทในการทำงานร่วมกับผู้อื่น” เพราะการออกแบบไม่ได้เกิดขึ้นจากคนคนเดียว แต่เกิดจากการทำงานร่วมกับทีมนักออกแบบนักการตลาด ผู้ผลิต หรือแม้แต่ผู้ใช้ก็ตาม “นักออกแบบที่ดี ต้องไม่ลืมว่าเรากำลังออกแบบเพื่อตอบโจทย์มนุษย์ ไม่ใช่เพื่อตอบสนองตัวเราเอง” ต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตน การเปิดใจรับฟังความคิดเห็น และการให้เกียรติผู้อื่นคือรากฐานสำคัญของความสำเร็จในระยะยาว เพราะงานออกแบบทุกชิ้นมีคุณค่าต้องเกิดจากการเข้าใจคนและสังคม
สุดท้ายพี่ลูกยางฝากถึงนักออกแบบรุ่นใหม่ว่า อย่าหยุดแค่การสร้างสิ่งที่ “สวย” แต่จงสร้างสิ่งที่ “มีความหมาย” ใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นพลังขับเคลื่อนสังคมให้ดีขึ้น ทุกเส้นสายที่เราออกแบบ ทุกผลิตภัณฑ์ที่เราคิดค้น ควรจะสะท้อนมุมมองที่ดี ไม่เป็นเพียงแค่ชิ้นงานที่สวยงาม แต่เปลี่ยนแปลงชีวิตใครบางคนได้ หรือมีคุณค่า มีประโยชน์ส่วนรวมไม่มากก็น้อย
04 มิถุนายน 2569
ผู้ชม 26 ครั้ง