
ผศ.ชัยศักดิ์ กล่าวว่า ประเด็นปัญหาเกิดจากการที่ กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มทร.กรุงเทพ นำเสนอข้อมูลที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และทำให้มหาวิทยาลัยเสื่อมเสียชื่อเสียงที่สั่งสมมานานหลายสิบปี ดังนั้นการแถลงข่าววันนี้จึงเป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อปกป้องเกียรติภูมิของมหาวิทยาลัย โดยในประเด็นการลงนาม MOU โดยไม่ผ่านสภามหาวิทยาลัยและเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนจีน นั้น ขอชี้แจงว่า มหาวิทยาลัยไม่เคยทำ MOU อย่างที่กล่าวอ้าง เรื่องนี้ไม่มีจริง และเอกสารที่นำมาเสนอก็มีการปลอมแปลงลายเซ็นของอธิการบดี(รศ.ดร.พิชัย จันทร์มณี) ส่วนภาพที่นำเสนอก็เป็นภาพเก่าที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ MOU ที่อ้างถึง ส่วนที่กล่าวหาว่ามหาวิทยาลัยมีการเปิดพื้นที่ให้กลุ่มชาวจีนเข้ามาใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยเป็นฐานปฏิบัติการ เรียกว่า China Center และบุคลากรของวิทยาลัยนานาชาติก็เป็นชาวจีนทั้งหมด นั้น เรื่องนี้ก็ไม่เป็นความจริงเช่นกัน มหาวิทยาลัยไม่ได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่เป็น China Center จะมีแต่ International Student Admissions & Counseling Office ซึ่งเป็นเพียงห้องพักอาจารย์ชาวจีนจำนวน 3 คน และเป็นศูนย์ประสานงานนักศึกษาชาวต่างชาติเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักศึกษา ขณะที่ข้อกล่าวหาที่ว่า มีการแอบเปิดหลักสูตรที่ไม่ได้มาตรฐาน รับผู้จบ ม.3 เข้าเรียนควบ ม.ปลาย และปริญญาตรี โดยเรียนจบภายใน 5 ปี และมีการเรียกค่าใช้จ่ายที่สูงเกินจริง เรื่องนี้ก็ไม่เป็นความจริง มทร.กรุงเทพ ไม่มีหลักสูตร 5 ปีที่รับผู้จบ ม.3 มีแต่หลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี รับผู้จบ ม.6 หรือหากจะพูดถึงหลักสูตรภาษาสำหรับชาวต่างชาติ เราก็มีโครงการอบรมภาษาขั้นพื้นฐานแบบเข้มข้นสำหรับชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นหลักสูตรระยะสั้นที่ได้รับการอนุมัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้องแล้ว เพียงหลักสูตรเดียว ที่สำคัญไม่ใช่ระดับปริญญา
“มหาวิทยาลัยได้มอบหมายให้นิติกรรวบรวมข้อมูลเพื่อแจ้งความดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และได้ประสานไปยังตำรวจไซเบอร์ หรือ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แล้ว ดังนั้นขอฝากถึงบรรดาเกรียนคีย์บอร์ดด้วย ว่า ตอนนี้อาจจะถูกบันทึกข้อมูลไว้แล้ว และฝากเป็นข้อคิดว่าก่อนที่จะพิมพ์หรือเขียนอะไรลงไปขอให้ระมัดระวัง เพราะเรามีฝ่ายตรวจสอบที่จะดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงการนำข้อมูลราชการไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนเรื่องการแอบอ้างต่าง ๆ วันนี้มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการแล้วเพราะมหาวิทยาลัยได้รับความเสียหายอย่างมาก” ผศ.ชัยศักดิ์ กล่าว
รศ.ดร.สายชล กล่าวว่า มทร.กรุงเทพ จัดการศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก และ หลักสูตร Non-Degree (หลักสูตรการศึกษาหรือฝึกอบรมระยะสั้นที่เน้นการพัฒนาทักษะเฉพาะทาง) โดยทุกหลักสูตรจะต้องผ่านกระบวนมากมายตั้งแต่ระดับภาควิชา ระดับคณะ สภาวิชาการ และสภามหาวิทยาลัย จนถึงกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ส่วนผู้ที่จะเข้าเรียนจะต้องมีคุณวุฒิตรงตามที่หลักสูตรรับ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบตั้งแต่กระบวนการแรกรับอย่างเข้มงวด ดังนั้นที่มีการระบุว่า มทร.กรุงเทพเปิดหลักสูตรลวง รับผู้จบ ม.3 มาเรียน 5 ปี จบ ปริญญาตรี จึงไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เคยมีผู้ปกครองเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับหลักสูตรที่มีการกล่าวอ้าง ซึ่งอธิการบดีได้สั่งการให้ตรวจสอบและมอบหมายให้ผู้ช่วยอธิการบดีไปลงบันทึกประจำวันไว้แล้วว่ามหาวิทยาลัยไม่เคยมีหลักสูตรลักษณะนี้ รวมถึงได้ชี้แจงกระทรวง อว.แล้ว
ส่วนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับกระบวนการสวมสิทธิ์นักศึกษาเพื่อขอวีซ่านั้น รศ.ดร.สายชล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมีขั้นตอนและประกาศที่ชัดเจนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยนักศึกษาต้องเข้ามาสมัครด้วยตนเองและมีเอกสารถูกต้องครบถ้วน ที่สำคัญ ทางมหาวิทยาลัยได้ทำข้อตกลงกับกระทรวง อว.ว่า ผู้ที่จะลงนามในหนังสือตรวจลงนามไปยัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)ได้ มีเพียง อธิการบดี มทร.กรุงเทพ เท่านั้น
ด้าน ผศ.ดร.ภูริวัตร กล่าวว่า โดยหลักการทำ MOU ไม่ว่าจะทำกับหน่วยงานในประเทศหรือต่างประเทศ จะต้องมีคณะกรรมการบริหารหน่วยงานทำเรื่องเสนอมาที่กรรมการบริหารมหาวิทยาลัยเพื่อขออนุมัติในหลักการ และนำเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อขออนุมัติ แต่สำหรับข้อมูล MOU ที่ถูกกล่าวอ้างตามที่เป็นข่าวนั้น จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีปรากฏในระบบ และ ลายเซ็น ที่ปรากฏใน MOU ดังกล่าวก็ไม่ใช่ลายเซ็นของ รศ.ดร.พิชัย จันทร์มณี ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จึงน่าจะเป็นการนำเสนอปลอมที่ผู้ไม่หวังดีทำขึ้นมา เป็นการนำไปสู่ข้อมูลที่เป็นเท็จ
09 สิงหาคม 2569
ผู้ชม 36 ครั้ง